การปรับปรุงคุณภาพของทับทิม จากแหล่งโมซัมบิก ด้วยความร้อน ต่ำกว่า 1,000 องศาเซลเซียส

2017-02-23T03:41:08.000Z, by ID-Society

อุตสาหกรรมสิ่งทอ และเครื่องนุ่งห่ม

ทับทิม (Ruby; Al2 O3 ) เป็นอัญมณีสีแดงที่มี ความแข็ง 9 ตามโมห์สเกล ซึ่งมีความแข็ง รองจากเพชรเท่านั้น ทับทิมได้รับความนิยม อย่างสูงมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันในตลาด อัญมณีโลก เนื่องจากสีแดงเป็นสีที่สื่อถึงอารมณ์ ความรักและความเป็นผู้นำ ทำให้เป็นที่ต้องการ มากกว่าอัญมณีอื่นๆ โดยสีแดงของทับทิม ที่ได้รับการยอมรับกันทั่วโลกว่าเป็นสีของ ทับทิมที่สวยที่สุดคือ สีแดงเลือดนกพิราบ (Pigeon’s Blood)

ขอบคุณภาพประกอบความรู้จาก www.pinterest.com

ในธรรมชาติสีของทับทิมส่วนใหญ่มักมี โทนสีน้ำเงินเจืออยู่ด้วย ทำให้ทับทิมนั้นมีสีแดง แกมม่วง แต่ด้วยภูมิปัญญาของคนไทยในการ ปรับปรุงคุณภาพอัญมณี จึงสามารถใช้ความร้อน ในการปรับปรุงสีของทับทิมให้มีสีแดงสวยงามเด่น ชัดได้ และเนื่องจากมีความต้องการทับทิมที่ได้จาก ธรรมชาติโดยไม่ผ่านการปรับปรุงคุณภาพ ทำให้ ทับทิมสีแดงเลือดนกพิราบที่ได้จากธรรมชาติหา ยากและมีราคาสูง

ในอดีตประเทศพม่าเป็นแหล่งของทับทิม สีเลือดนกพิราบที่มีชื่อเสียงระดับโลก แต่ด้วย เหตุผลทางการเมืองของประเทศ ทำให้มีปริมาณ ทับทิมออกสู่ตลาดน้อย ทั้งที่เป็นที่ต้องการเป็น อย่างมาก ในปี พ.ศ. 2552 มีการค้นพบทับทิมจาก แหล่งโมซัมบิก โดยทับทิมธรรมชาติจากแหล่ง โมซัมบิกมักมีสีแดงเลือดนกและมีคุณภาพดี เช่นกัน ทำให้ในปัจจุบันกลายเป็นทับทิมอีกแหล่ง หนึ่งที่ได้รับการยอมรับว่ามีคุณภาพดีระดับต้นๆ ของโลก แต่กระนั้นยังมีปริมาณไม่เพียงพอต่อ ความต้องการของตลาด จึงมีการพัฒนาปรับปรุง คุณภาพทับทิมส่วนหนึ่งที่มีสีแดงแกมม่วงจนถึง สีม่วงแดงด้วยความร้อนที่อุณหภูมิต่ำเพื่อให้มี สีแดงที่เด่นชัดขึ้น

ขอบคุณภาพประกอบความรู้จาก www.pinterest.com

การวิเคราะห์ชนิดและลักษณะมลทินแร่ ภายในพลอยซึ่งมักเกิดการตกผลึกก่อนหรือพร้อม กับการตกผลึกของพลอยใต้พื้นพิภพเป็นหนึ่งในตัว บ่งชี้ในเรื่องพลอยปรับปรุงคุณภาพด้วยความร้อน โดยทั่วไปการปรับปรุงคุณภาพพลอยด้วยความร้อน โดยเฉพาะพลอยในกลุ่มทับทิม มักใช้ความร้อน ค่อนข้างสูงที่อุณหภูมิมากกว่า 1,000 องศา เซลเซียส (ºC) ความร้อนในการปรับปรุงคุณภาพ พลอยจะส่งผลให้มลทินแร่ภายในซึ่งอยู่ภายใต้ ความดันที่สูงกว่าพลอยมีการเปลี่ยนสภาพได้ สถาบันอัญมณีต่างๆ ทั่วโลกจึงสามารถวิเคราะห์ พลอยปรับปรุงคุณภาพด้วยความร้อนจากลักษณะ ที่เปลี่ยนไปของมลทินแร่

"ทับทิมพม่า"  ขอบคุณภาพประกอบความรู้จาก www.pinterest.com

การปรับปรุงคุณภาพด้วยอุณหภูมิต่ำกว่า 1,000 ºC เพื่อปรับปรุงคุณภาพสีให้มีสีแดงที่เด่นชัด ขึ้นในทับทิมจากแหล่งโมซัมบิก เป็นการเพิ่มมูลค่า ของก้อนทับทิม แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ การปกปิด ความจริงในการขายก้อนทับทิมให้กับโบรกเกอร์ เนื่องจากการเผาที่อุณหภูมิไม่เกิน 1,000 ºC จะ ตรวจสอบหาสิ่งบ่งชี้ของการเผาได้ยาก โดยอุณหภูมิ ที่ใช้นั้นยังไม่มากพอที่จะทำให้มลทินแร่ทั่วไป เปลี่ยนสภาพ ทำให้การซื้อขายเต็มไปด้วยความ ระแวง และต้องมีความระมัดระวังในการซื้อก้อน ทับทิมเป็นอย่างมาก และเนื่องจากราคาที่ต่างกัน ระหว่างพลอยสีธรรมชาติกับพลอยที่ผ่านการ ปรับปรุงคุณภาพด้วยความร้อน จึงต้องพึ่งพา สถาบันอัญมณีฯ ในการออกใบรับรองพลอย

การเผาตัวอย่างทับทิมจากประเทศโมซัมบิกที่อุณหภูมิ 700 ºC (A) ตัวอย่างทับทิมไม่เผา (ขวา) ตัวอย่างทับทิมเผาที่อุณหภูมิ 700 ºC (ซ้าย) (B) มลทินผลึกแร่ก่อนเผา (C) มลทินผลึกแร่หลังเผา

ในปัจจุบันการตรวจสอบหาสิ่งบ่งชี้ของการ เผาทับทิมที่อุณหภูมิไม่เกิน 1,000 ºC ยังคงมีการ ศึกษาของสถาบันอัญมณีฯ ทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันความผิดพลาดในการออกใบรับรอง อัญมณี ซึ่งมีผลต่อราคาในตลาดอัญมณี จากการ ศึกษาข้อบ่งชี้ในการเผาทับทิมที่อุณหภูมิต่ำโดย สถาบันอัญมณีแห่งอเมริกา (GIA) มีข้อสรุปโดย การใช้มลทินฟิล์มบาง ซึ่งเป็นมลทินที่เป็นลักษณะ เด่นของทับทิมจากแหล่งโมซัมบิก โดยใช้การเปลี่ยน สภาพจากฟิล์มที่มีลักษณะใสไปเป็นฟิล์มขุ่น หรือย่นหลังการปรับปรุงคุณภาพด้วยความร้อน (Pardieu, et al., 2015) ซึ่งต้องใช้การสังเกต ด้วยกล้องจุลทรรศน์กำลังขยายสูง และหากไม่มี มลทินฟิล์มบางก็ยังไม่สามารถหาข้อสรุปที่ ชัดเจนอื่นได้

จากการศึกษาการปรับปรุงคุณภาพทับทิม จากแหล่งโมซัมบิกด้วยความร้อนต่ำกว่า 1,000 ºC ของสถาบันวิจัยอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) พบว่า ทับทิมจากแหล่งโมซัมบิก สามารถปรับปรุงคุณภาพด้วยความร้อนที่อุณหภูมิ 700 ºC ทำให้มีสีแดงเด่นชัดขึ้น โดยตัวอย่างมลทิน ภายในที่เป็นสิ่งบ่งชี้ทับทิมโมซัมบิก คือการเกิดการ เปลี่ยนแปลงของผลึกแร่ที่มักมีรอยแตกเกิดขึ้น รอบตัวอย่าง (รูปที่ 1) และจะเห็นการเปลี่ยนสภาพ ของผิวมลทินผลึกแร่ที่ชัดขึ้นในการเผาที่อุณหภูมิ ที่สูงขึ้นอย่างชัดเจน

ตัวอย่างทับทิมโมซัมบิกที่ถูกแบ่งครึ่ง ตัวอย่างที่ไม่เผา (ขวา) แสดงสเปกตรัมของแร่เกอไทต์ ตัวอย่างที่ทำการเผาที่อุณหภูมิ 700 ºC (ซ้าย) แสดงสเปกตรัมของแร่ฮีมาไทต์

การใช้เทคนิครามานสเปกโทรสโกปี (Raman spectroscopy) ในการวิเคราะห์สถานะออกไซด์ ของเหล็ก (Iron oxide) บริเวณรอยแตกสามารถใช้ จำแนกทับทิมที่ไม่เผาออกจากทับทิมที่ผ่านการเผา ที่อุณหภูมิตั้งแต่ 500 ºC ขึ้นไปได้ โดยจะพบการ เปลี่ยนแปลงของเหล็กไฮดรอกไซด์ไปเป็นเหล็ก ออกไซด์ จากแร่เกอไทต์ไปเป็นแร่ฮีมาไทต์ (รูปที่ 2) จึงสามารถใช้ข้อมูลที่ได้จากการศึกษาในการบ่งชี้ ทับทิมที่ผ่านการปรับปรุงคุณภาพด้วยความร้อน ที่อุณหภูมิต่ำได้

หากสนใจอยากตรวจสอบทับทิมของท่านว่า ผ่านการปรับปรุงคุณภาพมาหรือไม่ สามารถติดต่อ ใช้บริการวิเคราะห์ตรวจสอบได้ที่ห้องปฏิบัติการ ตรวจสอบอัญมณี สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณี และเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ชั้น 4 อาคารไอทีเอฟ ทาวเวอร์ ถนนสีลม แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500 หรือสอบถามเพิ่มเติม ได้ที่โทรศัพท์หมายเลข 0-2634-4999 ต่อ 404, 405 วันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น. เว้นวันหยุดราชการ งานวิจัยจากโครงการ “ศึกษาเปรียบเทียบ ลักษณะเฉพาะของวัตถุดิบและอัญมณี ปรับปรุงคุณภาพจากแหล่งโมซัมบิกและ บริเวณใกล้เคียง”

ขอบคุณภาพประกอบความรู้จาก www.pinterest.com

ที่มา : GIT Magazine ฉบับประจำเดือน กรกฎาคม - สิงหาคม 2559

เรียบเรียงโดย : ทนง ลีลาวัฒนสุข

ขอบคุณภาพประกอบความรู้จาก www.pinterest.com

2017-02-23T03:41:08.000Z, by ID-Society

อุตสาหกรรมสิ่งทอ และเครื่องนุ่งห่ม